The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok




The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

ตำนานมือกีตาร์แจ็สร็อค ระดับหัวแถวของโลกในปัจจุบัน จะมาเปิดการแสดงแบบเต็มๆโชว์ ในรูปแบบ Quartet ที่มี 4 นักดนตรีชั้นยอด

  • Larry Carlton – Guitar
  • Travis Carlton – Bass
  • Dennis Hamm – Piano
  • Gene Coye – Drums

แฟนๆ Jazz Rock ไม่ควรพลาดกับเขาคนนี้

Larry Carlton Biography
จากเด็กหน้าใหม่ยุค 60 สู่ราชากีตาร์ยุค 70-80 และในปัจจุบัน เขาก็ยังคงทำสิ่งที่เขาทำอยู่

Larry Carlton สร้างชื่อเสียงของตัวเองขึ้นมาในฐานะหนึ่งในมือกีตาร์ของโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดและถูกเลียนแบบมากที่สุด บางทีในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา Larry อาจจะเป็นคนที่ทดลองดนตรีในรูปแบบต่างๆมากกว่ามือกีตาร์คนอื่นเลยทีเดียว และอิทธิพลทั้งหมดของแนวดนตรีเหล่านี้ที่มีมากมายมหาศาล ก็ได้รวมกันเป็นรูปแบบ ความสนใจ อารมณ์การเล่น การถ่ายทอดที่มีความคิดสร้างสรรค์ในระดับสูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ ความเป็น Larry Carlton 100 เปอร์เซนต์เลย ในระหว่างช่วงยุค 70 และต้นยุค 80 Carlton เป็นหนึ่งในมือบันทึกเสียงที่ยุ่งมากที่สุดในเมืองแอลเอ ( Los Angeles) เขาจะเป็นคนแรกที่ถูกโทรเรียกเพื่อจองวันบันทึกเสียงเพลง จิงเกิ้ล รายการโทรทัศน์ และภาพยนตร์จำนวนมากมายเท่าที่ตัวเขาจะสามารถจะเล่นไหว ซึ่งในที่สุด เขาก็กลายเป็นมือกีตาร์ที่มีประสบการณ์มากมายจากการบันทึกเสียงมากกว่า 3,000 ครั้ง เขาเล่นในผลงานชั้นเยี่ยมมากกว่า 100 ชุดกับศิลปินอย่าง Joni Mitchell, Steely Dan, Herb Alpert, Michael Jackson, Quincy Jones, John Lennon, Linda Ronstadt, Ray Charles, Dolly Parton, Bobby Bland และอื่นๆอีกมากมาย และภายในระยะเวลาสามทศวรรษ Carlton ก็ได้กลายเป็นศิลปินเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จจากการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ (Grammy) 18 ครั้ง และเขาได้รับรางวัลภายใต้ชื่อตัวเองสามครั้ง ผลงานที่ทำให้เขาได้รับรางวัลก็คือ ท่อน theme ของละครแนวดราม่าเรื่องราวของตำรวจอย่าง “Hill Street Blues” ในปี 1981 เพลงของ Michael McDonaldและ Lester Abrams อย่าง “Minute By Minute” ในปี 1987 และ No Substitution: Live at Osaka with Steve Lukather ผลงานบันทึกการแสดงสดในปี 2001 เขาได้รับรางวัล Lifetime Achievement (ผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต) ของนิตยสาร Guitar Player (Guitar Player Lifetime Achievement Award) ในปี 2008

LarryCarlton The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

Larry Carlton

Carlton ซึ่งเกิดที่เมือง Torrance รัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ในปี 1948 (พุทธศักราช 2491) นั้น เริ่มเล่นกีตาร์ตอนอายุหกขวบ และในช่วงวัยรุ่นตอนต้น เขาก็เริ่มสนใจในดนตรี jazz อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดนตรี jazz ที่เล่นโดย Joe Pass, Barney Kessel, Wes Montgomery และ John Coltrane (ซึ่ง Carlton ยังคงบอกว่าผลงานชุด Ballads ของ Coltrane นั้นมีอิทธิพลต่อการเล่นเมโลดี้ของเขามากๆ) ในตอนที่เป็นเด็กนั้น Carlton ต้องการข้อมูลและความรู้ของดนตรีในทุกรูปแบบเป็นอย่างมาก และเขาเล่นกีตาร์อยู่ตลอดเวลา หลังจากที่ได้ยินเพลงของ B.B. King ตอนอายุ 16 ปี เขาก็ได้ค้นพบดนตรี blues แต่ก่อนที่เขาจะสนใจในดนตรี country เขาก็ได้เริ่มใช้เทคนิคการดันสายที่มีเมโลดี้ในแบบของตัวเองไปก่อนหน้านั้นแล้ว Robben Ford และ Albert Collins ก็มีอิทธิพลต่อเขาเป็นอย่างมากด้วยเช่นเดียวกัน แต่ Carlton นั้นไม่รู้ถึงวิธีตั้งสายในแบบที่แตกต่างออกไป (altered tuning) ของ Collins และเขาก็นำสิ่งที่ได้ยินมาเล่นบนคอกีตาร์ด้วยวิธีการของตัวเอง ซึ่งนี่ก็ยิ่งพัฒนาความแตกต่าง ทำให้เขามีความโดดเด่นมากขึ้นไปอีก ในขณะที่กำลังศึกษาวิชาเอกทางดนตรีอยู่ที่ Cal State Long Beach นั้น Carlton ได้งานแสดงดนตรีหลักจริงจังครั้งแรกในช่วงปลายยุค 60 กับ the Fifth Dimension กลุ่มนักร้องและ George Shearing มือเปียโนแนว jazz และในปี 1968 เขาก็ได้บันทึก With a Little Help from My Friends ผลงานเดี่ยวชุดแรกให้กับค่าย Uni โอกาสในการทำงานด้านห้องบันทึกเสียงเริ่มเปิดขึ้นเมื่อ Carlton กลายเป็นผู้ควบคุมดนตรี(musical director) ให้กับรายการเด็กทางช่อง NBC ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล EMMY งานบันทึกเสียงช่วงแรกๆของเขานั้นมีงานที่ทำกับ Vicki Carr, Andy Williams และ the Patridge Family เขาได้รับคำปรึกษาจากยักษ์ใหญ่ในห้องบันทึกเสียงอย่าง Louis Shelton และ Tommy Tedesco และได้บันทึกเสียง 20 ถึง 30 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ถึงอย่างนั้น Carlton ก็ยังคงสามารถหาเวลาไปร่วมวงthe Crusader โดยเขาได้บันทึกผลงานจำนวน 13 ชุดกับทางวง (เช่นเดียวกับ Singing/Playing ผลงานเดี่ยวชุดที่สองของเขากับค่าย Blue Thumb) และเดินสายประมาณ 50 วันต่อปีในระหว่างปี 1971 และ 1976 ในช่วงปลายปี 1976 Carlton ก็ลองตัดสินใจเสี่ยง เขาลดงานบันทึกเสียง งานเดินสายแสดงดนตรีลงไปเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะไปให้ความสนใจทั้งหมดต่อการสร้างบรรยากาศ สภาพแวดล้อม ของการบันทึกเสียงในบ้านที่ถูกต้องเหมาะสม ห้อง 335 (Room 335) (เขาตั้งชื่อห้องบันทึกเสียงตามการเลือกใช้กีตาร์Gibson รุ่น ES-335) ได้กลายเป็นฐานที่มั่นในการทำงานเพลงของ Carlton และนับตั้งแต่มันเสร็จสมบูรณ์ เขาก็ทำผลงานเกือบทุกชิ้นของเขาที่นั้น โดยเริ่มจากผลงานชุด Larry Carlton ในปี 1978 ผลงานระดับคลาสสิคของเขากับสังกัด Warner Bros. Carlton เริ่มเดินสายกับวงดนตรีของตัวเองและบันทึกเสียงผลงานอีกจำนวนหนึ่งซึ่งก็มีผลงานอย่าง Strikes Twice (ปี1979) และ Sleepwalk (ปี 1981)รวมอยู่ด้วย ก่อนที่จะหยุดการทำงานกับ Warner Bros. และย้ายไปสังกัด MCA ในสองปีต่อมา ผลงานชุด Alone, but Never Alone (ปี 1986) ผลงานชุดแรกที่เป็นแนว acoustic ทั้งชุดของเขาก็ได้ทำให้เกิดเพลงอย่าง “Smiles and Smiles to Go” ซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมติดสิบอันดับแรกในตารางเพลง และนอกจากแฟนเพลงที่ติดตามผลงานของเขามานาน รวมไปถึงคนที่ชอบฟังงานกีตาร์แล้ว เพลงนี้ก็ได้ช่วยขยายกลุ่มคนฟังของเขาออกไปมากขึ้นกว่าเดิม การคัฟเวอร์ (cover) เพลง “Minute by Minute” ใน Discovery (ปี 1987) ผลงานชุดต่อมา ทำให้ Carlton ได้รับรางวัล Grammy

GeneCoye The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

Gene Coye

ในเดือนเมษายนปี 1988 Carlton ถูกคนที่บุกรุกเข้ามาในบ้านที่เมือง Los Angeles ยิงเข้าที่คอ เหตุการณ์น่าเศร้าที่ดูไม่มีเหตุผลนี้ ทำให้เขามีอาการบาดเจ็บทางร่างกายมากมาย ซึ่งรวมไปถึงเส้นเสียงทางด้านซ้ายที่เสียหายยับเยินและเส้นประสาทบางส่วนที่ได้รับความเสียหาย แต่ความเชื่อที่เข้มแข็งและความคิดในแง่บวกของ Carlton ก็นำเขาผ่านพ้นการรักษาตัวมาได้ ที่น่าประหลาดใจก็คือ เขาสามารถทำผลงานชุดต่อมา (On Solid Ground) จนเสร็จ และกลับมาแสดงบนเวทีในเดือนธันวาคม ปี 1988 Carlton ยังก่อตั้งHelping Innocent People (HIP) กลุ่มหน่วยงานปราศจากการแสวงหากำไรที่ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุความรุนแรงจากการใช้งานอาวุธปืนอย่างไม่มีเหตุผล

DennisHamm The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

Dennis Hamm

ใน ช่วงยุค 90 Carlton บันทึกผลงานจำนวนหกชุดให้กับสังกัด GRP ซึ่งมีผลงานชุด Larry and Lee ที่ทำร่วมกับ Lee Ritenourเช่นเดียวกันกับผลงานชุด Christmas at My House ที่ทำกับสังกัด MCA เขายังเดินสายทำการแสดงในฐานะสมาชิกของ Stanley Clarke and Friends และวง Fourplay อีกด้วย Carlton กลับมาร่วมงานกับสังกัด Warner Bros. อีกครั้งหนึ่งในปี 2000 เพื่อออกผลงานชุด Fingerprints และในปี 2001 เขาก็ได้ร่วมกับ Steve Lukather เพื่อนของเขาออกผลงานชุด No Substitutions (สังกัด Favored Nations) ที่ได้รับรางวัล Grammy ในระหว่างปี 2001 ถึง 2006 Carlton ยังคงรักษามาตรฐานพลังงานทางดนตรีของเขาด้วยผลงานอย่างDeep into It, Sapphire Blue และ Firewire เขาก่อตั้ง 335 Records สังกัดเพลงของเขาในปี 2007 หลังจากนั้นเขาก็ออกผลงานชุด Live in Tokyo! With Robben Ford และผลงานที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy อย่าง Greatest Hits Recorded —- Volume One

TravisCarlton The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok
Travis Carlton

ใน ปีเดียวกันนี้ Carlton ได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาบรรเลงและขับร้องใหม่ในแนวแจ็สในอัลบั้มTHE JAZZ KING เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549 และเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 ปีในปี 2550

ในปี 2010 Carlton ออกชุด Take Your Pick ที่ทำร่วมกับ Tak Matsumoto มือกีตาร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งอัลบั้มนี้ได้รับรางวัล Grammy Awards 2011 ในสาขา “Best Pop Instrumental Album” งานห้องบันทึกเสียงชุดล่าสุดของ Carlton ที่ออกมาก็คือ “Plays The Sound Of Philadelphia” ในปี 2011

เอกลักษณ์ ของ Carlton ก็คือ สำเนียง วิธีเล่น และลักษณะของเสียงกีตาร์ ภูมิหลังในดนตรี jazz และ blues ทำให้ดนตรีของเขามีเสียงที่ซับซ้อน แต่ก็มีการเกลาให้สมดุลย์ด้วยความเข้าใจในดนตรี blues เขาได้แทรกอิทธิพลจาก Coltrane เข้าไปในการเล่นจังหวะshuffle (ชัฟเฟิล) และ rock ในขณะที่ตัววลีการเล่นสำเนียง blues ของเขา ก็จะมีเสียงประสาน (ฮาร์โมนี่ harmony) ในลักษณะที่ไม่ธรรมดา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
www.prartmusic.com
www.facebook.com/pmgthai

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thaiticketmajor.com