Tag Archives: www.cordontree.com

poster

AIS One-2-Call! presents Kamikaze The 5th Destiny Concert

poster AIS One 2 Call! presents Kamikaze The 5th Destiny Concert

กามิกาเซ่ ฉลองความสำเร็จครบรอบ 5 ปี ในคอนเสิร์ต
AIS One-2-Call! presents Kamikaze
The 5th Destiny Concert

กลายเป็นคอนเสิร์ตที่แฟนๆวัยรุ่นทั่วประเทศรอคอยทุกปีสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ประจำปีของ ค่ายเพลงไทย เพื่อคนไทย หัวใจวัยรุ่น“KAMIKAZE” ซึ่งปีนี้ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในชื่อคอนเสิร์ตว่า AIS One-2-Call! presents Kamikaze The 5th Destiny Concert คอนเสิร์ตใหญ่ฉลองความสำเร็จครบรอบ 5 ปี ที่นำทัพศิลปินมามอบความมันส์ ความสนุกกัน แบบยกค่าย!กว่า 32 ชีวิต ได้แก่ Four-Mod, Faye Fang Kaew, Neko Jump, Waii, Knomjean, 3.2.1, Kat Pat, Kiss Me Five, X I S, Timethai, AB Queen, Demo Project และ Seven days 2โดยจะมาในแบบ รวมกันเราอยู่ รวมหมู่เรายิ่งมันส์ ซึ่งความมันส์ครั้งนี้ ได้ถูกลิขิตไว้ให้เกิดขึ้นในวันที่ 13 ต.ค. นี้ ที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมมีเพลงพิเศษที่แต่งขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะเพื่อคอนเสิร์ตครั้งนี้ในเพลง “รักแท้จะตามหาเธอ(Destiny)” ร้องโดยศิลปิน KAMIKAZE อีกด้วย โดยรูปแบบคอนเสิร์ตนอกจากจะได้พบกับโชว์พิเศษของแต่ละศิลปินในแบบจัดเต็มให้นั่งไม่ติดเก้าอี้กันแล้ว ยังจะได้เห็นโชว์พิเศษที่แต่ละศิลปินจะมาร้อง มาเต้น กันแบบสนุกมันส์รวมหมู่ทีเดียวพร้อมการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของหลายๆศิลปิน และ Surprise ที่รอเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆได้อย่างแน่นอน

เปิดจองบัตร 15 ก.ย. นี้
ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา
บัตรราคา 2,000/1,500/1,000 และ 500 บาท
Call Center 0-2262-3456
ดูรายละเอียดการจองบัตรคอนเสิร์ตเพิ่มเติมที่
www.ilovekamikaze.com

http://www.thaiticketmajor.com

NUVO {B-SIDE} CONCERT ครั้งนี้คงถูกใจ

NUVO {B-SIDE} CONCERT ครั้งนี้คงถูกใจ

NUVO B SIDE CONCERT ครั้งนี้คงถูกใจ NUVO {B SIDE} CONCERT ครั้งนี้คงถูกใจ

NUVO {B-SIDE} CONCERT
ครั้งนี้คงถูกใจ

ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
เสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2555 เวลา 15:00 น.

ในสมัยที่เทปคาสเซทได้รับความนิยม คำว่า “หน้าเอ” และ “หน้าบี” คงเป็นที่คุ้นเคยดีสำหรับนักฟังเพลงในยุคนั้น วิธีการเรียงร้อยและนำเสนอบทเพลงในอัลบั้ม ผ่านการจัดกลุ่มลงใน “หน้าเอ” และ “หน้าบี” รวมถึงความทรงจำเกี่ยวกับเทปคาสเซทที่สุดแสนจะคลาสสิค ถือเป็นเสน่ห์ในแบบที่แผ่นซีดีหรือไฟล์ดิจิตอลในวันนี้ก็เลียนแบบไม่ได้

นูโว คือ วงดนตรีวงหนึ่งที่อยู่ในยุคนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาแฟนๆจะได้ฟังเพลงของนูโวอยู่เพียงจำนวนหนึ่งจากจำนวนเพลงฮิตที่มีอีกมากมาย โดยเฉพาะเพลงที่ถูกจัดลำดับให้อยู่ในหน้าบี มักไม่ได้ถูกหยิบนำมาเสนอ ซึ่งมีหลายเพลงที่มีดนตรีและมีความหมายดีๆ น่าเสียดายที่เพลงเหล่านั้นกำลังจะเลือนหายไปพร้อมกับตำนานเทปคาสเซ็ท

วันนี้พวกเค้าจะพาทุกคนนั่งไทม์แมชชีนไปในยุคที่ทุกคนคิดถึง กลับไปกรี๊ดอีกด้านหนึ่งของนูโว ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนบนเวทีคอนเสิร์ต แล้วร่วมร้องพร้อมฟังเพลงเหล่านั้นไปด้วยกัน กับคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบของพวกเค้าใน… “นูโว บี-ไซด์ คอนเสิร์ต”

คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งใหม่ของนูโว ที่จะนำเพลงฮิตติดหู พร้อมเพลงอื่นๆอีกมากมายที่ไม่เคยถูกเล่นในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งไหนของนูโวมาก่อน มาถ่ายทอดให้ทุกคนได้ฟังกันแบบสดๆ ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ “ว่าน ธนกฤต , โบ สุนิตา” และเซอร์ไพร้สพิเศษที่จัดมาให้แฟนเพลงแบบสุดๆ

จองบัตรได้แล้ววันนี้ที่ THAITICKETMAJOR
ทุกสาขา โทร.0-2262-3456
บัตรราคา 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,500 และ 1,000 บาท
ไม่มีการผลิตดีวีดีจำหน่าย!!

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
fb NUVO {B SIDE} CONCERT ครั้งนี้คงถูกใจ NuvoBsideConcert และ IWAVEChannel2

เพลงที่คุณคิดถึง คัดมาอย่างดี ครั้งนี้คงถูกใจ!!
คางคกร่าเริงเลย / ของมันได้อยู่เลย / หลบไปเลยไป / เกี่ยว
ถังขยะเลย / เพื่อนกับพ่อ / ทนทนเอาหน่อย / เบาเบา
คัดมาอย่างดี / หลุมหลบภัย / ฉันยังคงอยู่ / หลับตา / โต๋
เก็บไว้ให้เธอ / ไม่เข้าใจ / ครั้งนี้คงถูกใจ / มาลองดูซักที
โลกเราสวยงาม / ทนเลย / ทารุณ / หน่วยกล้าอาย ฯลฯ

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thaiticketmajor.com

Noel Gallagher's High Flying Birds

Noel Gallagher’s High Flying Birds

Noel Gallaghers High Flying Birds Noel Gallaghers High Flying Birds

Noel Gallagher’s High Flying Birds Live in Bangkok
20 กันยายน 2555
Hall 106, BITEC Bangna

คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของ Noel Gallagher อดีตมือกีตาร์และนักแต่งเพลงจาก Oasis วง Brit Pop ระดับตำนานของประเทศอังกฤษที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลจากทั่วโลก มีเพลงฮิตเป็นที่ชื่นชอบมากมาย อาทิเช่น Don’t Look Back in Anger, Live Forever, Wonderwall ฯลฯ วันนี้ Noel Gallagher กลับมาอีกครั้งกับผลงานชุดใหม่ Noel Gallagher’s High Flying Birds ที่ทั้งนักวิจารณ์และแฟนเพลงทั่วโลกให้การยอมรับแล้วว่าเป็น พัฒนาการทางดนตรีก้าวใหม่ที่งดงามและยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้น

คอนเสิร์ต Noel Gallagher’s High Flying Birds Live in Bangkok จะจัดขึ้นที่ Hall 106 ศุนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC บางนา ในวันที่ 20 กันยายน 2555 โดยคอนเสิร์ตนี้ผู้ชมจะได้พบกับการแสดงสดของทั้งเพลงในอัลบั้มใหม่Noel Gallagher’s High Flying Birds และเพลงฮิตที่คุณประทับใจของ Oasis ที่เป็นผลงานการแต่งเพลงของ Noel Gallagherด้วย นับเป็นค่ำคืนพิเศษของแฟนเพลงที่พลาดไม่ได้จริงๆ

1.พิเศษสุด!!! สำหรับผู้ซื้อบัตรคอนเสิร์ตราคา 3,000 บาท (รวมถึงบัตร 3,000 บาทที่ซื้อในช่วง Early bird) ท่านสามารถนำบัตรคอนเสิร์ตของท่าน มาแลกรับของที่ระลึก(บัตรคอนเสิร์ตแบบแข็ง)ได้ ในวันงานคอนเสิร์ต ที่บูธ Rock N’ Rolla ตั้งแต่เวลา 19.00 เป็นต้นไป

2.สำหรับแฟนพันธุ์แท้ Noel Gallagher ท่านสามารถนำบัตรคอนเสิร์ตของท่านมาแลกรับโปสเตอร์ Noel Gallagher High Flying Birds Live in Bangkok ได้ ในวันงานคอนเสิร์ต ที่บูธ Rock N’ Rolla ตั้งแต่เวลา 19.00 เป็นต้นไป โปสเตอร์มีจำนวนจำกัด!!!

โปรโมชั่นพิเศษ
Big chilli magazine voucher
รับส่วนลด 15% 

(เฉพาะราคา 3,000 และ 2,000 บาท)
1 สิทธิ์สามารถใช้ได้ไม่เกิน 4 ใบ
ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กันยายน 2555

รายละเอียดเพิ่มเติม
www.facebook.com/NoelLiveConcertBangkok
อีกหนึ่งคอนเสิร์ตคุณภาพชั้นเยี่ยมจาก Rock N’ Rolla

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thaiticketmajor.com

J On the Moon

J On the Moon

J On the Moon J On the Moon

เต้นมันส์สนั่นโลกกับการออกเสต็ปแบบทะลุวงโคจร
ของสุดยอด King Of Dance “เจ-เจตริน”
ที่ถึงใจ – จุใจ – จัดเต็ม
ใน ”J on The Moon Concert”

ร่วมสนุกไร้แรงดึงดูดกับเวทีสุดอลัง
และพบแขกรับเชิญที่คุณจะยืนนิ่งไม่ได้
แดนซ์ไม่ยั้ง มันส์ทั้งโชว์กับสุดยอดคอนเสิร์ตแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
ที่พร้อมถล่มความมันส์แบบสุดพลัง 7 กันยายนนี้ 19.00น.

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
www.facebook.com/JONTHEMOONCONCERT

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thaiticketmajor.com

The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

ตำนานมือกีตาร์แจ็สร็อค ระดับหัวแถวของโลกในปัจจุบัน จะมาเปิดการแสดงแบบเต็มๆโชว์ ในรูปแบบ Quartet ที่มี 4 นักดนตรีชั้นยอด

  • Larry Carlton – Guitar
  • Travis Carlton – Bass
  • Dennis Hamm – Piano
  • Gene Coye – Drums

แฟนๆ Jazz Rock ไม่ควรพลาดกับเขาคนนี้

Larry Carlton Biography
จากเด็กหน้าใหม่ยุค 60 สู่ราชากีตาร์ยุค 70-80 และในปัจจุบัน เขาก็ยังคงทำสิ่งที่เขาทำอยู่

Larry Carlton สร้างชื่อเสียงของตัวเองขึ้นมาในฐานะหนึ่งในมือกีตาร์ของโลกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดและถูกเลียนแบบมากที่สุด บางทีในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา Larry อาจจะเป็นคนที่ทดลองดนตรีในรูปแบบต่างๆมากกว่ามือกีตาร์คนอื่นเลยทีเดียว และอิทธิพลทั้งหมดของแนวดนตรีเหล่านี้ที่มีมากมายมหาศาล ก็ได้รวมกันเป็นรูปแบบ ความสนใจ อารมณ์การเล่น การถ่ายทอดที่มีความคิดสร้างสรรค์ในระดับสูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ ความเป็น Larry Carlton 100 เปอร์เซนต์เลย ในระหว่างช่วงยุค 70 และต้นยุค 80 Carlton เป็นหนึ่งในมือบันทึกเสียงที่ยุ่งมากที่สุดในเมืองแอลเอ ( Los Angeles) เขาจะเป็นคนแรกที่ถูกโทรเรียกเพื่อจองวันบันทึกเสียงเพลง จิงเกิ้ล รายการโทรทัศน์ และภาพยนตร์จำนวนมากมายเท่าที่ตัวเขาจะสามารถจะเล่นไหว ซึ่งในที่สุด เขาก็กลายเป็นมือกีตาร์ที่มีประสบการณ์มากมายจากการบันทึกเสียงมากกว่า 3,000 ครั้ง เขาเล่นในผลงานชั้นเยี่ยมมากกว่า 100 ชุดกับศิลปินอย่าง Joni Mitchell, Steely Dan, Herb Alpert, Michael Jackson, Quincy Jones, John Lennon, Linda Ronstadt, Ray Charles, Dolly Parton, Bobby Bland และอื่นๆอีกมากมาย และภายในระยะเวลาสามทศวรรษ Carlton ก็ได้กลายเป็นศิลปินเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จจากการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ (Grammy) 18 ครั้ง และเขาได้รับรางวัลภายใต้ชื่อตัวเองสามครั้ง ผลงานที่ทำให้เขาได้รับรางวัลก็คือ ท่อน theme ของละครแนวดราม่าเรื่องราวของตำรวจอย่าง “Hill Street Blues” ในปี 1981 เพลงของ Michael McDonaldและ Lester Abrams อย่าง “Minute By Minute” ในปี 1987 และ No Substitution: Live at Osaka with Steve Lukather ผลงานบันทึกการแสดงสดในปี 2001 เขาได้รับรางวัล Lifetime Achievement (ผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต) ของนิตยสาร Guitar Player (Guitar Player Lifetime Achievement Award) ในปี 2008

LarryCarlton The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

Larry Carlton

Carlton ซึ่งเกิดที่เมือง Torrance รัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ในปี 1948 (พุทธศักราช 2491) นั้น เริ่มเล่นกีตาร์ตอนอายุหกขวบ และในช่วงวัยรุ่นตอนต้น เขาก็เริ่มสนใจในดนตรี jazz อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดนตรี jazz ที่เล่นโดย Joe Pass, Barney Kessel, Wes Montgomery และ John Coltrane (ซึ่ง Carlton ยังคงบอกว่าผลงานชุด Ballads ของ Coltrane นั้นมีอิทธิพลต่อการเล่นเมโลดี้ของเขามากๆ) ในตอนที่เป็นเด็กนั้น Carlton ต้องการข้อมูลและความรู้ของดนตรีในทุกรูปแบบเป็นอย่างมาก และเขาเล่นกีตาร์อยู่ตลอดเวลา หลังจากที่ได้ยินเพลงของ B.B. King ตอนอายุ 16 ปี เขาก็ได้ค้นพบดนตรี blues แต่ก่อนที่เขาจะสนใจในดนตรี country เขาก็ได้เริ่มใช้เทคนิคการดันสายที่มีเมโลดี้ในแบบของตัวเองไปก่อนหน้านั้นแล้ว Robben Ford และ Albert Collins ก็มีอิทธิพลต่อเขาเป็นอย่างมากด้วยเช่นเดียวกัน แต่ Carlton นั้นไม่รู้ถึงวิธีตั้งสายในแบบที่แตกต่างออกไป (altered tuning) ของ Collins และเขาก็นำสิ่งที่ได้ยินมาเล่นบนคอกีตาร์ด้วยวิธีการของตัวเอง ซึ่งนี่ก็ยิ่งพัฒนาความแตกต่าง ทำให้เขามีความโดดเด่นมากขึ้นไปอีก ในขณะที่กำลังศึกษาวิชาเอกทางดนตรีอยู่ที่ Cal State Long Beach นั้น Carlton ได้งานแสดงดนตรีหลักจริงจังครั้งแรกในช่วงปลายยุค 60 กับ the Fifth Dimension กลุ่มนักร้องและ George Shearing มือเปียโนแนว jazz และในปี 1968 เขาก็ได้บันทึก With a Little Help from My Friends ผลงานเดี่ยวชุดแรกให้กับค่าย Uni โอกาสในการทำงานด้านห้องบันทึกเสียงเริ่มเปิดขึ้นเมื่อ Carlton กลายเป็นผู้ควบคุมดนตรี(musical director) ให้กับรายการเด็กทางช่อง NBC ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล EMMY งานบันทึกเสียงช่วงแรกๆของเขานั้นมีงานที่ทำกับ Vicki Carr, Andy Williams และ the Patridge Family เขาได้รับคำปรึกษาจากยักษ์ใหญ่ในห้องบันทึกเสียงอย่าง Louis Shelton และ Tommy Tedesco และได้บันทึกเสียง 20 ถึง 30 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ถึงอย่างนั้น Carlton ก็ยังคงสามารถหาเวลาไปร่วมวงthe Crusader โดยเขาได้บันทึกผลงานจำนวน 13 ชุดกับทางวง (เช่นเดียวกับ Singing/Playing ผลงานเดี่ยวชุดที่สองของเขากับค่าย Blue Thumb) และเดินสายประมาณ 50 วันต่อปีในระหว่างปี 1971 และ 1976 ในช่วงปลายปี 1976 Carlton ก็ลองตัดสินใจเสี่ยง เขาลดงานบันทึกเสียง งานเดินสายแสดงดนตรีลงไปเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะไปให้ความสนใจทั้งหมดต่อการสร้างบรรยากาศ สภาพแวดล้อม ของการบันทึกเสียงในบ้านที่ถูกต้องเหมาะสม ห้อง 335 (Room 335) (เขาตั้งชื่อห้องบันทึกเสียงตามการเลือกใช้กีตาร์Gibson รุ่น ES-335) ได้กลายเป็นฐานที่มั่นในการทำงานเพลงของ Carlton และนับตั้งแต่มันเสร็จสมบูรณ์ เขาก็ทำผลงานเกือบทุกชิ้นของเขาที่นั้น โดยเริ่มจากผลงานชุด Larry Carlton ในปี 1978 ผลงานระดับคลาสสิคของเขากับสังกัด Warner Bros. Carlton เริ่มเดินสายกับวงดนตรีของตัวเองและบันทึกเสียงผลงานอีกจำนวนหนึ่งซึ่งก็มีผลงานอย่าง Strikes Twice (ปี1979) และ Sleepwalk (ปี 1981)รวมอยู่ด้วย ก่อนที่จะหยุดการทำงานกับ Warner Bros. และย้ายไปสังกัด MCA ในสองปีต่อมา ผลงานชุด Alone, but Never Alone (ปี 1986) ผลงานชุดแรกที่เป็นแนว acoustic ทั้งชุดของเขาก็ได้ทำให้เกิดเพลงอย่าง “Smiles and Smiles to Go” ซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมติดสิบอันดับแรกในตารางเพลง และนอกจากแฟนเพลงที่ติดตามผลงานของเขามานาน รวมไปถึงคนที่ชอบฟังงานกีตาร์แล้ว เพลงนี้ก็ได้ช่วยขยายกลุ่มคนฟังของเขาออกไปมากขึ้นกว่าเดิม การคัฟเวอร์ (cover) เพลง “Minute by Minute” ใน Discovery (ปี 1987) ผลงานชุดต่อมา ทำให้ Carlton ได้รับรางวัล Grammy

GeneCoye The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

Gene Coye

ในเดือนเมษายนปี 1988 Carlton ถูกคนที่บุกรุกเข้ามาในบ้านที่เมือง Los Angeles ยิงเข้าที่คอ เหตุการณ์น่าเศร้าที่ดูไม่มีเหตุผลนี้ ทำให้เขามีอาการบาดเจ็บทางร่างกายมากมาย ซึ่งรวมไปถึงเส้นเสียงทางด้านซ้ายที่เสียหายยับเยินและเส้นประสาทบางส่วนที่ได้รับความเสียหาย แต่ความเชื่อที่เข้มแข็งและความคิดในแง่บวกของ Carlton ก็นำเขาผ่านพ้นการรักษาตัวมาได้ ที่น่าประหลาดใจก็คือ เขาสามารถทำผลงานชุดต่อมา (On Solid Ground) จนเสร็จ และกลับมาแสดงบนเวทีในเดือนธันวาคม ปี 1988 Carlton ยังก่อตั้งHelping Innocent People (HIP) กลุ่มหน่วยงานปราศจากการแสวงหากำไรที่ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุความรุนแรงจากการใช้งานอาวุธปืนอย่างไม่มีเหตุผล

DennisHamm The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok

Dennis Hamm

ใน ช่วงยุค 90 Carlton บันทึกผลงานจำนวนหกชุดให้กับสังกัด GRP ซึ่งมีผลงานชุด Larry and Lee ที่ทำร่วมกับ Lee Ritenourเช่นเดียวกันกับผลงานชุด Christmas at My House ที่ทำกับสังกัด MCA เขายังเดินสายทำการแสดงในฐานะสมาชิกของ Stanley Clarke and Friends และวง Fourplay อีกด้วย Carlton กลับมาร่วมงานกับสังกัด Warner Bros. อีกครั้งหนึ่งในปี 2000 เพื่อออกผลงานชุด Fingerprints และในปี 2001 เขาก็ได้ร่วมกับ Steve Lukather เพื่อนของเขาออกผลงานชุด No Substitutions (สังกัด Favored Nations) ที่ได้รับรางวัล Grammy ในระหว่างปี 2001 ถึง 2006 Carlton ยังคงรักษามาตรฐานพลังงานทางดนตรีของเขาด้วยผลงานอย่างDeep into It, Sapphire Blue และ Firewire เขาก่อตั้ง 335 Records สังกัดเพลงของเขาในปี 2007 หลังจากนั้นเขาก็ออกผลงานชุด Live in Tokyo! With Robben Ford และผลงานที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy อย่าง Greatest Hits Recorded —- Volume One

TravisCarlton The Larry Carlton Quartet Live in Bangkok
Travis Carlton

ใน ปีเดียวกันนี้ Carlton ได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาบรรเลงและขับร้องใหม่ในแนวแจ็สในอัลบั้มTHE JAZZ KING เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549 และเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 ปีในปี 2550

ในปี 2010 Carlton ออกชุด Take Your Pick ที่ทำร่วมกับ Tak Matsumoto มือกีตาร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งอัลบั้มนี้ได้รับรางวัล Grammy Awards 2011 ในสาขา “Best Pop Instrumental Album” งานห้องบันทึกเสียงชุดล่าสุดของ Carlton ที่ออกมาก็คือ “Plays The Sound Of Philadelphia” ในปี 2011

เอกลักษณ์ ของ Carlton ก็คือ สำเนียง วิธีเล่น และลักษณะของเสียงกีตาร์ ภูมิหลังในดนตรี jazz และ blues ทำให้ดนตรีของเขามีเสียงที่ซับซ้อน แต่ก็มีการเกลาให้สมดุลย์ด้วยความเข้าใจในดนตรี blues เขาได้แทรกอิทธิพลจาก Coltrane เข้าไปในการเล่นจังหวะshuffle (ชัฟเฟิล) และ rock ในขณะที่ตัววลีการเล่นสำเนียง blues ของเขา ก็จะมีเสียงประสาน (ฮาร์โมนี่ harmony) ในลักษณะที่ไม่ธรรมดา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
www.prartmusic.com
www.facebook.com/pmgthai

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thaiticketmajor.com

mild

SEED สัมภาษณ์ วง Mild – Love Sick

อีกหนึ่งกลุ่งศิลปินที่หายหน้าหายตาไปเกือบ 2 ปี กับวง “Mild” วันนี้กลับมาแล้วกับซิงเกิ้ลใหม่ “Love Sick” ถึงชื่อเพลงจะป่วยๆ แต่เป็นเพลงรักบวกๆ จะเป็นยังไงนั้้นติดตามฟังที่ SEED 97.5 FM ได้เลยนะครับ ^^

ขอบคุณ SEEDMCOT

superbaker

บทสัมภาษณ์ วง Superbaker

superbaker บทสัมภาษณ์ วง Superbaker
1.แนะนำตัว

- กอล์ฟ นักร้องนำจากวง Superbaker ครับ  อีก 3 คน คือ เกี๊ยก วรเทพ ธีระเรืองชัยศรี เล่นกีตาร์ ,แตง ธิษัณย์ เสมใจดี เล่นเบส และ จิว  คีตภัฒน์ จิระชัยพิทักษ์ ตำแหน่งกลอง ครับ

2. ทิ้งช่วงไปนานมาก หลังจากที่ได้ส่งเพลง “ความรู้สึกของฉันที่มีเธออยู่ด้วยกันอีกหนึ่งคนบนโลกใบนี้” ไปทำอะไรกันมาบ้าง

- ต่างคนต่างมีภารกิจหลักของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ อย่างผมเองทำงานบริษัทโฆษณา ทำร้านถ่ายรูป หรือมีกิจการของตัวเอง

3. แล้วมารวมตัวเป็น 4 คนนี้ได้ไง

- เล่นดนตรีด้วยกันตั้งแต่สมัยมัธยม จนห่างหายกันไปตามภารกิจหลัก 10 ปีให้หลังจึงมารวมตัวกันอีกครั้ง

4. ที่มาของชื่อวง

- ที่มาก็มาจาก 2 แนวคิดคือ 1.เนื่องจากเราทำเพลงป๊อบ ซึ่งเปรียบเสมือนขนมอร่อยๆเราจึงอยากเป็นสุดยอดนักอบขนม หรือ Superbaker และ 2.เราชอบงาน Pop art ของAndy Warhal  สุดยอดศิลปินแนว pop art ของโลก ที่เขาเอาภาพสิ่งยอดนิยมของโลกมาทำ  เป็นงานศิลปะ เช่น ภาพของมาริลิน มอนโร , เหมา เจ๋อ ตุง, สำหรับเรา คิดว่าเพลงที่ป๊อบที่สุดในเมืองไทย คือ เพลงของเบเกอรี่มิวสิค เราเลยนำมายกย่องโดยการตั้งเป็นชื่อวง  แต่ทำเพลงไม่เหมือนนะครับ

5. มุมมอง และแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง

- มาจากสิ่งรอบๆตัวที่เห็น และกระทบความรู้สึกอย่างมากๆ จนต้องเขียน หรืออยากถ่ายทอดมันออกมา

6.   ช่วงเวลาที่เหมาะในการเขียนเพลง/ทำเพลง
-   ช่วงไหนก็ได้ ที่สุขภาพดี ทั้งกายและใจ และค้นพบประเด็นที่อยากจะพูด
7.  จุดเด่น ความน่าสนใจของอัลบั้มชุดนี้

- ความอบอุ่น ที่มาจากทุกองค์ประกอบในอัลบั้ม ทั้งเสียงร้อง เนื้อร้อง และตัวดนตรี  ที่ฟังสบายและสามารถฟังได้เรื่อยๆ  ส่วนเนื้อหาเพลงก็เกี่ยวกับความรักในแง่บวก ซึ่งคงจะให้ความรู้สึกดีๆได้ทุกครั้งที่เปิดฟัง

8. อัลบั้มเต็มออกเมื่อไหร่/ความเหมือนและต่างระหว่างอัลบั้มชุดนี้

- อัลบั้มเต็มน่าจะคลอดภายในปีนี้ครับ แนวดนตรีคงยังเป็นป๊อบ แต่จะเน้นความสดใส และความเป็นวงดนตรีมากขึ้น กว่าอัลบั้มนี้  และที่แน่นอนคือเพลงอัลบั้มเต็มจะเป็นเพลงใหม่ทั้งหมด ไม่มีเพลงที่มีอยู่ใน EPชุดนี้นะครับ  คือเราตั้งใจจะให้อัลบั้มชุดนี้เป็นอัลบั้มพิเศษ สำหรับ

คนที่ตั้งใจรอฟังผลงานของเราจริงๆ
9. คิดว่าถ้าไม่ทำเพลงแนวนี้ แล้วจะทำเพลงแนวไหนกันดี
- คงเป็นเพลงแนวหม่นๆ เหงาๆ เป็นเพลงช้าๆทั้งอัลบั้ม
10. แล้วคิดว่าจะเลิกทำเพลงเมื่อไหร่
- เมื่อไม่มีแรงบันดาลใจอีกต่อไป
11.   ความคาดหวัง/ฝากผลงาน

- อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ  เป็นซีดี Interactive ที่สามารถรับชม MV เพลง”กอด”ได้และprofile ของเราได้ ใครที่อยากเป็นเจ้าของอะไรที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นไม่ควรพลาด อัลบั้ม “Beautiful Day” ครับ

A2547705

ปิ๊ค ของใช้ของสะสม

A2547705 ปิ๊ค ของใช้ของสะสม

ความสนุกของการสะสมก็คือความหลากหลายในสีสัน ลวดลาย รูป ข้อความบนปิ๊คที่เยอะมาก
จนเห็นแล้วท้อใจที่จะตามเก็บจนครบ บางครั้งโชคดีเราอาจได้ปิ๊คที่แปลก
เช่นผิดพลาดในการผลิต มีตำหนิตลกๆ เช่นรูปทรงเพี้ยนจากรุ่นแต่ดันหลุดออกมาขาย
มีการพิมพ์โลโกที่ผิดพลาด หรือเป็นวัสดุแปลกๆ เช่นหิน เปลือกหอย ไม้ต่างๆ เป็นต้น
ปิ๊คบางแบบอาจล้อเลียน Equip & Prop จากภาพยนตร์มา ก็มีให้สะสมกันเช่นกันครับ อ๊อด อ๊อด…
หรือแม้แต่ปิ๊คที่ ไม่ได้ทำขายแต่เป็นของสมนาคุณของร้านที่มีชื่อเสียง ก็เป็นที่น่าครอบครอง ฮี่ๆๆๆ

A2547704 ปิ๊ค ของใช้ของสะสม

ข้อแนะนำถัดไปสำหรับท่านที่อยากสะสมปิ๊ค คือให้ซื้อสมุดสะสมเหรียญมาเก็บปิ๊ค
วิธีนี้ผมใช้อยู่ สะดวก กันหายได้ดี นับตรวจจำนวนได้ง่าย
สามารถเห็นทั้งด้านหน้าและหลังปิ๊คได้ง่ายๆ

Collection จาก BOON BOON!

ประวัติศิลปิน จิดา

ประวัติศิลปิน จิดา

ประวัติศิลปิน จิดา ประวัติศิลปิน จิดา

ปี 2551 จิดา หรือ จิดาภา นิยมศรีสกุล คือนักร้องหญิงที่ได้รับ 2 รางวัลใหญ่ ศิลปินหญิงยอดเยี่ยม รางวัลสีสันอะวอร์ดและศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม รางวัลคมชัดลึกอะวอร์ด จากอัลบั้มสวิงสวาย
ปี 2553 ภาพของนักร้องหญิงตาคมโตและเสียงร้องอันมีเสน่ห์ กลับมาอีกครั้งโดยการชักชวนของพี่รุ่ง-รุ่งโรจน์ อุปถัมป์โพธิวัฒน์ ผู้บริหารของสมอลล์รูม การกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง จิดา ได้เรียกน้ำย่อยให้ทุกคนได้ฟังกันก่อนในอัลบั้ม สมอลล์รูม 007 : บูติค ด้วยเพลงร็อคเท่ๆตามน้ำเสียงและสไตล์ของจิดาในเพลง ขึ้น
        จิดา กับอัลบั้มใหม่ล่าสุดที่คราวนี้เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่พานักดนตรีรุ่นใหม่ อย่าง กั๊บ (เบส) ใหม่ (กีต้าร์) จา (กีต้าร์) แอม (กลอง) มาร่วมวงเพิ่มความสนุกและให้การแสดงสดครบรสมากยิ่งขึ้น

 

ประวัติวง JETSET’ER

ประวัติวง JETSET’ER

ประวัติวง JETSET’ER ประวัติวง JETSET’ER

JETSET’ER is
“T” พิพิธพล ขำรัตน์ ตำแหน่ง ร้องนำ
“Eddie” จุมพฎ จรรยหาญ ตำแหน่ง กลอง
“O” ทฤษฎี ศรีม่วง ตำแหน่ง กีตาร์
“Moo” วรพจน์ วิศรุตนาถ ตำแหน่ง เบส
JETSET’ER ( โอ – ทฤษฎี ศรีม่วง (กีตาร์), เอ็ด – จุมพฎ จรรยหาญ (กลอง), หมู – วรพจน์ วิศรุตนาถ (เบส), ที – พิพิธพล ขำรัตน์ (ร้องนำ) ) วงที่ผสมผสานความสนุก กับ เพลงเพราะ  ฟังสบาย เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เจ้าของผลงานเพลงฮิต อย่าง จูบ, ชายในฝัน, เชื่อในตัวฉัน,
หรหมลิขิต feat. ที jetset’er (เพลงประกอบละครวนิดา), ดีอย่างไร feat. ที jetset’er , น้ำผึ้งพระจันทร์ และ คืนนี้ (เพลงของความต้องการที่เปี่ยมไปด้วยความโรแมนติก ให้ความรู้สึกของความเหงา แต่เป็นความเหงาแบบ “ โลแมนติค ” Lonely Romantic = Lomantic )

NUDE ในความหมายของ JETSET’ER คือการทำงานที่ตั้งใจอย่างสุดฝีมือและการได้แสดงความสามารถและเทคนิคต่างๆ ด้านดนตรี เพื่อให้ผู้ฟังได้ฟังอย่างหมดเปลือก เปรียบได้กับการเปิดเผยตัวตนและโชว์ผลงานเพลงที่ดีที่เป็นเอกลักษณ์ของ JETSET’ER มากที่สุด อัลบั้มนี้มีความแตกต่างจากผลงานในอัลบั้มชุดที่แล้วตรงสัดส่วนของดนตรีที่หนักแน่นขึ้น มีกลิ่นของดนตรี Funk บวกกับการนำเอา Electric Guitar มามีบทบาทมากขึ้น จึงทำให้ทุก ๆ เพลงในอัลบั้มนี้มีความชัดเจนมากกว่าเดิม นอกจากนั้นการทำงานในชุดนี้เน้นความสดใหม่ของ Idea เป็นหลักเพราะส่วนใหญ่จะอัดสด และบางเทคที่ใช้จริงเกิดขึ้นจากความบังเอิญในการอัดสดพร้อมๆ กัน  ในส่วนของเนื้อหาคำร้องก็มีมุมที่แตกต่างซึ่งมีความน่าสนใจ และสะท้อนแนวคิดของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
นอกจากนั้นในอัลบัมชุดนี้ได้มีเพื่อนๆ พี่ๆ มาร่วมงานกันอีกเช่นเคย อาทิ แทน ลิปตภัลลภ จาก Litpta มาช่วยเขียนเนื้อและทำนองในเพลง “ใจร้าย”, พี่พัชร มือคีย์บอร์ดจาก Happy d dog มาช่วยแจมในเพลง “ เปิดใจ”และยังได้พี่ตี๊ Venus มาช่วยร่วมเล่นเบสซึ่งเพิ่มสีสันให้ได้มากเลยทีเดียว

ล่าสุด กับซิงเกิ้ล  “ ยิ้ม ”  ; ] : ) : 3 คิ_คิ“ยิ้ม” อีกหนึ่งอวัจนภาษาหรือภาษากายที่ทำได้ง่ายและได้ใจคนมองอยู่เสมอ …
ยิ้มมีหลายประเภท เช่น พี่โอยิ้มอย่างมีสไตล์ ; ] พี่ทียิ้มรับแขก: ) พี่เอ๊ดยิ้มแบบแมวน้ำ : 3 และพี่หมูยิ้มแบบคนหล่อไม่เกรงใจนิชคุณ  คิ_คิ  ไปจนถึง … ยิ้มแหย ๆ ยิ้มพิมพ์ใจ เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยิ้มแบบไหน ย่อมนำมาซึ่ง ความสบายใจของคนมอง เพลงยิ้มถูกเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกว่าเสน่ห์ของรอยยิ้มมักไม่ธรรมดา และทางวงมีการใช้รหัสการยิ้มของตัวเองใน facebook ตามที่แสดงไว้ข้างต้น …ด้วยความที่ Jetset’er ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวงที่โชว์สนุก โรแมนติกและเป็นกันเอง หลังจากที่ปล่อยเพลงโรแมนติกมาหลายเพลง ทำให้หลายๆคนถามหาเพลงสนุกๆของ Jetset’er  ในภาคดนตรีของเพลง ยิ้ม จะมีจังหวะที่คึกคักให้ทุกคนขยับได้ เรียบเรียงในคอนเซปที่ต้องการให้เพลงฟังง่ายแต่สนุกตามแบบฉบับของ Jetset’er  เพลงที่จึงลงตัวด้วยเครื่องดนตรีพื้นฐานของวง คือ กลอง (พี่เอ็ดดี้) , เบส (พี่หมู),  กีตาร์ (พี่โอ) และ ร้องนำ (พี่ที)  โดยความพิเศษของเพลงนี้อยู่ตรง การร้องสวนกันไปมา โดยอีกเสียงร้องที่ทุกคนได้ยิน คือเสียงของพี่โอ มือกีต้าร์ และเป็นโปรดิวเซอร์ของ Jetset’er  มาร่วมถ่ายทอดเพลง ยิ้ม ให้มีอรรถรสยิ่งขึ้นยิ้มทำให้โลกสดใสขึ้น คือแรงบันดาลใจของมิวสิกวีดีโอเพลงยิ้ม single ใหม่ล่าสุดจาก JETSET’ERที่ทีมงานตั้งใจนำเสนอว่า รอยยิ้ม สามารถทำให้เกิดอะไรดีๆ กับคนยิ้มและคนที่ถูกยิ้มให้ได้มากมาย แต่แทนที่จะเปิดเรื่องด้วยรอยยิ้ม ผู้กำกับเลือกให้เห็นภาพที่ตรงกันข้ามกับรอยยิ้ม อย่างสีหน้าของคู่รัก 3 คู่ที่กำลังทะเลาะกัน ที่ถ่ายทำด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Continuous Shot (เทคนิคในการภาพนิ่งหลายๆภาพ แล้วมาทำให้เป็นภาพเคลื่อนไหว) ตอกย้ำอารมณ์ที่บอกว่าการทะเลาะกันเป็นในช่วงเวลาที่แสนจะทรมานของคนสองคน   และในขณะนั้นเอง JETSET’ERที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ ก็อดรนทนไม่ได้ อาสาเข้าไปช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่จะช่วยแบบธรรมดาคงไม่ได้ ผู้กำกับจึงเลือกถ่ายทอดโดยการใช้เทคนิค freeze  ให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง มีเพียงJETSET’ER 4คนเท่านั้นที่ขยับได้

Sqweez Animal

ประวัติวง Sqweez Animal

Sqweez Animal ประวัติวง Sqweez Animal

ก้าวแรก : ในต่างแดน

วงดนตรีชื่อแปลกๆ ว่า Sqweez Animal คือสองหนุ่มนักเรียนอังกฤษที่เล่นดนตรีด้วยกันมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ต่างแดน ก่อนจะกลับมาสานฝันในการมีอัลบั้มของตัวเองในบ้านเกิดในวันนี้

(วิน) วิน ศิริวงศ์ – ร้องนำ
แม้จะไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาเป็นนักร้องอาชีพในทุกวันนี้ แต่วินก็เป็นชายหนุ่มที่บอกใครๆ ได้เต็มปากว่า รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจวินเริ่มต้นร้องเพลงด้วยการชักชวนจากเพื่อน จากนั้นเขาก็เริ่มแต่งเพลงและเริ่มสนุกจนหลงรักการแต่งเพลงไปในที่สุด

(สิงห์) ประชาธิป มุสิกพงศ์ – กีตาร์
หนุ่มท่าทางเงียบๆ ที่กำลังศึกษาด้านกราฟิกดีไซน์คนเติบโตมาในบ้านที่รักเสียงดนตรี เขาฝึกเล่นดนตรีมาตั้งแต่ 12 ขวบ และเคยเล่นมาแล้วทั้งกีตาร์ เบส กลอง สิงห์ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ใฝ่ฝันอยากทำเพลงของตัวเอง อยากมีอัลบั้มเหมือนศิลปินที่เป็นฮีโร่ของตัวเอง และการได้ทำเพลงออกมาให้คนได้ฟังวันนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา

เรื่องของวงดนตรีวงนี้เริ่มต้นเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่วินเริ่มเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ ที่เมืองนอกมาตั้งแต่เข้าวัยรุ่น เขาเริ่มตั้งวงดนตรีของตัวเองตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ที่อังกฤษ เวลามีงานของคนไทยในอังกฤษก็จะเป็นวงขาประจำที่ได้ไปแสดงโชว์ จนภายหลังเมื่อได้รู้จักกับสิงห์ซึ่งเป็นน้องของเพื่อนและรู้ว่าเป็นมือกีตาร์ฝีมือดี ก็รู้สึกชอบพอในฝีไม้ลายมือจนกลายมาเป็นเพื่อนร่วมวงกัน

วันเวลาผ่านไป ด้วยภาระในชีวิตจริงที่เพิ่มขึ้น สมาชิกในวงดนตรีก็เริ่มแยกย้าย จนเหลือเพียงวินและสิงห์ที่ยังเล่นดนตรีอยู่และมีความฝันจะเอาจริงด้านนี้ต่อไป แล้วพวกเขาก็กลายเป็นวงดูโอ “Sqweez Animal” โดยได้ชื่อวงมาจากการเอาคำสองคำที่โปรดปรานมารวมกัน

คำว่า Animal มาจากการที่วินและสิงห์เปรียบตัวเองเหมือน ‘ลิงกลางคืน’ ที่จะคึกคักเมื่อตะวันตกดิน คำว่า Animal ก็ให้อารมณ์สนุกสนานประมาณนั้น

ส่วนคำว่า Sqweez นั้นพวกเขาได้จากชื่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์โปรแกรมหนึ่ง เป็นคำเท่ๆ ที่มีความหมายว่า ‘บีบ’ ซึ่งคำนี้ปกติจะสะกดว่า Squeeze แต่พวกเขาก็นำมาเขียนในแบบตัวเอง เหมือนที่ใครๆ บอกว่าวินชอบร้องเพลงด้วยเสียงบีบๆ …แต่ก็เป็นวิธีการร้องที่เค้นอารมณ์และฟังดูดีในแบบของเขาเองอยู่ดี

ก้าวแรก : ในบ้านเกิด

เมื่อกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย เสียงร้องของวินก็กลายเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากขึ้นเมื่อเขาร้องเพลง “ไม่มีความหมาย” ในอัลบั้ม Singing in the Playground ให้ค่าย Playground Record เมื่อ 4 ปีก่อน เพลงนี้ได้รับรางวัล Virgin Hit Award จากการติดอันดับอยู่ในชาร์ตนานถึง 28 อาทิตย์ติดกัน วินยังได้สร้างเครดิตที่หลากหลายให้กับตัวเองต่อๆ มาอีกด้วย ตั้งแต่การไปร้องประสานให้กับ โยคีเพลย์บอย ไปร้องให้กับอัลบั้มของ Jerry และ Sleeper 1 และและยังไปร้องเพลงในอัลบั้มป๊อปๆ อย่าง Behind The Songs ของ เอิ้น พิยะดา ,และ ยังไปร่วมร้องให้กับวง HIPHOPย่างวง ดูจาดา เพลงจูบ 2 และสุดท้ายเขายัง เขียนเพลงและร้อง ให้กับวง BK 1 เพลงหนีไม่พ้น จากอัลบั้ม T-HOP รวมถึงการได้รับเลือกให้เป็นหนุ่มโสดที่น่าสนใจจากนิตยสารผู้หญิงอันดับหนึ่งอย่างคลีโอมาแล้ว แต่เขากับสิงห์ยังคงเกาะกลุ่มเล่นดนตรีกันอย่างเหนียวแน่น ในระหว่างนั้นสิงห์ก็ยังเล่นดนตรีและทำเพลงของวงตลอดเวลา

ก้าวต่อๆ มาของวินและสิงห์ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาทำเพลง “อาจยังไม่สาย และ ฉันไม่เหงา” ในนามวง “Sqweez Animal” ออกวางขายในงาน Fat Festival #4 ตอนปลายปี 2547 ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งเรื่องยอดขาย และอันดับในชาร์ตเพลงที่เข้าไปถึง Top 5 ของแฟตชาร์ตได้ทั้ง 2 เพลง

และหลังจากตระเวนแสดงดนตรีตามที่ต่างๆ ตั้งแต่งานเล็กไปถึงงานใหญ่ ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปถึงเชียงใหม่ แคมปัสทัวร์ในมหาวิทยาลัยอีกหลายต่อหลายแห่ง จนวันนี้ที่ฝีมือและความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก็ถึงเวลาของอัลบั้มเพลงเต็มรูปแบบจากวง Sqweez Animal ในสังกัด Spicy Disc แล้ว

“ไม่มีที่มา” งานก้าวที่สองของ “สควีซ แอนนิมอล” (Sqweez Animal) ประกอบโดย  “วิน ศิริวงศ์ และ สิงห์ มุสิกพงศ์”หลังจากที่ห่างหายไปกว่า 4 ปี  นี่คือการกลับมาอีกครั้งในแนวทางที่เด่นชัดด้วย sound  design ของตัวเองจนทำให้งานของพวกเขาในอัลบั้มชุดที่ 2 “ไม่มีที่มา” นี้ออกมาเป็นเอกลักษณ์และชัดเจนในแบบของตัวเองสูง โดยทั้งคู่ให้คำจำกัดความของแนวดนตรีในอัลบั้มนี้ว่าPsychedelic Soul (ไซโคเดลิค โซล) ที่มีความวาไรตี้ของแนวดนตรีซึ่งมีรากฐานมาจากความเป็น POP,  Funk และ  R&B  รวมเข้าด้วยกัน ทำให้เพลงทั้งหมดในอัลบั้มนี้อธิบายความเป็นตัวตนของพวกเขาอย่างที่ สควีซ แอนนิมอล เป็นได้ลงตัวที่สุด เรียกได้ว่าเมืองไทยยังไม่เคยมีแนวนี้มาก่อนอย่างแน่นอน  โดยในอัลบั้มนี้ทั้งคู่ลงมือเป็น โปรดิวเซอร์ ดูแลการผลิตกันเองทุกขั้นตอนอย่างละเมียดละไม และยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับวงดนตรีระดับโลกอย่าง Tahiti80 (ตาฮิติ80) จากประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย โดย Tahiti80 (ตาฮิติ80)  ได้เป็นโปรดิวเซอร์ ร่วมกับ สควีซ แอนนิมอล” (Sqweez Animal) 2 เพลงคือเพลง “พรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกที่ปล่อยออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกัน และยังติดอันดับ1 ที่คลื่น 104.5 Fat Radio ยาวนานถึง 4สัปดาห์ และ อันดับ1 ที่ คลื่น 98.5 Good FM  อีกด้วย และ เพลงที่ 2 คือ “คำบางคำ” นอกจากนั้น Tahiti80 ยังลงมือ มิกซ์ (mix) เพลงให้ทั้งอัลบั้ม !! ยิ่งทำให้อัลบั้มนี้ก้าวสู่งานระดับอินเตอร์อย่างสมบรูณ์ที่สุด โดยคอนเซ็ปของอัลบั้ม “ไม่มีที่มา” นี้เหมือนเป็นการรวมหนังสั้น 10 เรื่องไว้ด้วยกัน เพราะในแต่เพลงได้ถูกถ่ายทอดมาจากเรื่องราวในชีวิตจริงของ สควีซ แอนนิมอล” (Sqweez Animal) ทั้งสิ้น ติดตามอัลบั้มที่ 2 “ไม่มีที่มา” ของ“Sqweez Animal” (สควีซ แอนนิมอล) ได้
วันที่ 10 มีนาคม นี้ทั่วประเทศ !!!

 

Superbaker

ประวัติวง Superbaker

ประวัติวง Superbaker ประวัติวง Superbaker

สมาชิก
ประภพ ชมถาวร (กอล์ฟ)     : ร้องนำ
วรางคณา อุดมมะนะ (ฝน)   : เบส
วิษณุ ภูมิถาวร (ปิง)           : กีตาร์
อิทธิพร  สุปรีชากร (กั้ง)   : กลอง

SUPERBAKER

เมื่อปี 2005 พวกเขาศิลปินวง SUPERBAKER เจ้าของบทเพลงรักโรแมนติกในรอบหลายๆปีอย่าง “ความรู้สึกของฉันที่มีเธออยู่ด้วยกันอีกหนึ่งคนบนโลกใบนี้” หรือ Minute of Love และเคยผลงานอัลบั้ม JOY ไว้อย่างน่าประทับใจ ด้วยบทเพลงไพเราะซึ้งๆอย่างเพลง“บ้านของหัวใจ” ที่เรียกคะแนนความซึ้งแบบอบอุ่นจากแฟนเพลงได้เป็นอย่างดี และในครั้งนี้พวกเขากลับมาทำความฝันทางด้านงานเพลงด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่สอง แต่ยังคงความละมุนละไมของบทเพลงในสไตล์ POP ซึ่งๆของพวกเขากับอัลบั้ม “My Lovely Pop Band”

ทุกอัลบั้มของซูเปอร์เบเกอร์ ทำหน้าที่เติมความอ่อนหวานลงบนหัวใจของผู้ฟัง และการกลับมาของเพลงป๊อปแบบซูเปอร์เบเกอร์ในอัลบั้มใหม่ POP OVER ยังเพิ่มออกซิเจนลงไปในความหวาน ด้วยจังหวะที่สนุกสนานกับดนตรีแบบfunkyน้อยๆ ให้หัวใจเต้นได้คล่องแคล่วลงจังหวะ  “ออกซิเจน” ซิงเกิ้ลแรกของซูเปอร์เบเกอร์ ต้นตำรับเพลงป๊อปหอมอร่อย คงทำให้ผู้นิยมบริโภคความไพเราะได้คึกคักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

Mild

ประวัติวง Mild

ประวัติวง Mild ประวัติวง Mild

MiLD  : ความอ่อนโยนและความนุ่มนวลที่สัมผัสได้จากดนตรี การรวมตัวของเด็กหนุ่มจากเชียงใหม่ที่รักในเสียงดนตรี และด้วยความสามารถที่พวกเขามีอยู่ทำให้วง MiLD เป็นที่ยอมรับเป็นที่รู้จักในกลุ่มวัยรุ่นเชียงใหม่ จากการเริ่มต้นโดยเล่นดนตรีตามงานต่างๆ พวกเขาก็เก็บสะสมประสบการณ์เรื่อยมา จนได้มีโอกาส ร่วมเล่นโชว์ในงานแฟตทีเชิตครั้งที่3 และรางวัลที่การันตรีถึงความสามารถของพวกเขา คือ รางวัลชนะเลิศพานาโซนิคสตาร์ชาเล้นท์ ปี 2003 และจากกลุ่มแฟนเพลงกลุ่มเล็กๆจากเชียงใหม่ที่ให้การตอบรับพวกเขาและคอยให้กำลังใจอย่างอบอุ่น ทำให้วันนี้ ซิงเกิ้ลเพลง อีก นาน ไหม ถือเป็นผลงาน ชิ้นแรก ในเส้นทางสายดนตรี

        ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสวยงามสำหรับ 6 หนุ่มวงมายด์หลังจากที่คลอดอัลบั้มเต็มไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซิงเกิ้ลเพลงช้าหรือจังหวะสนุกๆ เพลง อีกนานไหม, Unlovable, รักล้นใจ, เสร็จ, หวานเย็น,บรรยากาศพาไป ขึ้นไต่อันดับชาร์ตไปแล้ว และ กระแสความแรงยังไม่หยุดแค่นี้ ล่าสุดยังได้รับกระแสตอบรับที่อบอุ่นจากเหล่าบรรดาน้องๆแฟนคลับ ความสำเร็จของก้าวแรกในเส้นทางสายดนตรีของพวกเขาการันตีความสามารถที่ไม่ใหม่ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี กับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี 2552 และศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี Pop Music Awards 2009  ซิงเกิ้ลแรกอัลบั้มใหม่… “ผู้ป่วยความจำเสื่อม” ติดชาร์ตหลายสัปดาห์หลายคลื่นวิทยุ ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนคลับอบอุ่นเช่นเดิม  6 หนุ่ม..มายด์ ขอถ่ายทอดผลงานเพลงรัก(ไม่สมหวัง)ล่าสุดกับซิงเกิ้ลสอง …“เข้าใจ..แต่ทำไม่ได้” ที่รวบรวมความรู้สึกจากสิ่งต่างๆที่เคยเกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งหก นำมาเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ผ่านมาบนเส้นทางสายดนตรีของพวกเขา

ประวัติวง Mild11 ประวัติวง Mild

 

ลิปตา (Lipta)

ประวัติวง ลิปตา (Lipta)

ลิปตา Lipta ประวัติวง ลิปตา (Lipta)

ธารณ ลิปตพัลลภ (แทน) : Producer , Song writer
อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล (คัตโตะ) : ร้องนำ

กลางปี 2548 ชื่อของ ลิปตา (Lipta) ได้ถือกำเนิดขึ้นในวงการเพลงไทยในฐานะ ศิลปินอันดับแรกของค่าย Love Is ที่ประกอบด้วยเด็กหนุ่มที่หลงรักในเสียงดนตรีสองคน คือ “แทน – ธารณ ลิปตพัลลภ” และ “คัตโตะ – อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล” จากจุดเริ่มต้นด้วยความชื่นชอบและหลงใหลในสไตล์อาร์แอนด์บีป็อป ทำให้ทั้งคู่ได้มาพบและลงมือมือแต่งเพลง ทำดนตรีด้วยกัน โดยใช้ชื่อวงว่า“ลิปตา” ซึ่งสื่อความหมายเปรียบตัวเองเป็นเหมือนสิ่งใหม่ที่อยู่ไกลตาแต่น่าค้นหา   ผลงานเพลงแรกของพวกเขาคือ “กอดตัวเอง” ถูกเปิดครั้งแรกทางสถานีวิทยุแฟตเรดิโอและได้เสียงตอบรับจากผู้ฟังอย่างมากมาย นั่นจึงเป็นเส้นทาง
ที่ทำให้เข้ามาร่วมงานเป็นศิลปินในสังกัด “เลิฟอิส” และ “บอย โกสิยพงษ์” ในเวลาเวลาต่อมา

อัลบั้มชุดแรกของ “ลิปตา” เป็นดนตรีในแนว “Rhythm & POP” (ริธึ่มแอนด์ป๊อป) ที่มีส่วนผสมอาร์แอนด์บีและฮิปฮอป รวมอยู่ด้วย เนื้อหาของเพลงเป็นมุมมองความรักในแง่บวก มีเพลงที่ได้รับความนิยมอยู่หลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น “กอดตัวเอง” ที่เคยถูกรวมอยู่ในอัลบั้ม “Love Is Vol.1” กับเพลง “ถ้าฉันเปลี่ยนใจเธอได้” หรือ เพลงช้าอย่าง “ฝืน” ที่กลายเป็นเพลงฮิต
ติดชาร์จของหลายสถานีวิทยุในช่วงเวลานั้น

นับตั้งแต่ช่วงเวลาจากการออกอัลบั้มชุดแรก ทั้งคู่ได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางดนตรีจากการได้ร่วมงานกับศิลปินในสังกัดเลิฟอิสและสังกัดอื่นๆ ทั้งงานคอนเสิร์ตและงานเบื้องหลังต่างๆ ในฐานะคนทำเพลง ประสบการณ์และเรื่องราวมากมายที่ได้รับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งคู่ตั้งใจถ่ายทอดออกมาเป็นอัลบั้มชุดที่สองของพวกเขา Can you see me? ที่ยังคงแนวดนตรี “Rhythm & POP”(ริธึ่มแอนด์ป๊อป) ด้วยแนวคิดขอการทำเพลงเพื่อความสุขของตนเองและสร้างความสุขให้กับผู้อื่นไปพร้อมกันด้วย

ศรีราชา ร๊อคเกอร์

ประวัติวง ศรีราชา ร๊อคเกอร์

ศรีราชา ร๊อคเกอร์1 ประวัติวง ศรีราชา ร๊อคเกอร์

SRIRAJAH ROCKERS  ประกอบด้วย
วิน   ชูจิตารมย์  <วิน> BUBU#MAN A.K.A. ร้องนำ / กลอง/ เนื้อร้อง,ทำนอง
ธนาคาร โมกขะสมิต  <แบงค์> 84NK A.K.A.   กีต้าร์ / DUB WISE / ร้องประสาน
กษมา   ลี้ตระกูล   <หวาย> RAS OFFICE A.K.A.    ฟลุต / ร้องประสาน
นรา  เจนประภาพันธ์  <หยิน>    เบส
ชนัฏ   อิศรางกูล ณ อยุธยา  <บอล> SURE A.K.A.   คีย์บอร์ด / เมโลเดียน /ร้องประสาน

SRIRAJAH ROCKERS

เป็นวงดนตรีที่มาจากเพื่อน โดยร่วมกันใช้จินตนาการ ร่วมกับความรู้สึกที่ออกมาจากจิตใต้สำนึกและความคิดสร้างสรรค์ของช่วงเวลาหนึ่งของวัยรุ่น ที่มีมุมมองและทัศนคติ จากความรู้สึกจริงต่อสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง เป็นวัตถุนิยมและโลกาธิปไตย อย่างเต็มตัว  เราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขัดจังหวะกระบวนการและระบบเหล่านี้ [BABYLON SYSTEM]   เพื่อให้ผู้เสพ ผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่มีความรู้สึกแบบเดียวกัน ได้สัมผัสมุมมองที่แปลกใหม่ อย่างสร้างสรรค์

 

เราจริงใจที่จะนำเสนอเพลง REGGAE ที่ถูกต้อง โดยมีจังหวะที่ค่อนข้างช้า ให้ควบคู่กับสังคมไทยในปัจจุบัน ที่มีแนวคิดชัดเจน ละเอียดอ่อน และมีอุดมการณ์ ที่เค้าว่ากันว่ากินไม่ได้ เพราะอุดมการณ์ไม่ใช่ขนม แต่คือสามัญสำนึก ความรู้สึกนึกคิด ที่อยากจะเปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดีอย่างสร้างสรรค์เนื้อหาของเพลงจะไม่ค่อยพูดถึงความรัก เพราะตอนนี้เยาวชนไทยกำลังถูกหล่อหลอมให้หมกมุ่นกับเรื่องความรักมากเกินไป จากสื่อทุกแขนง ที่ต้องการเพียงแค่เงิน

 

เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยปลูกจิตสำนึกเล็กๆ สู่การจุดประกายเล็กๆ เพื่อสานต่อในวันข้างหน้า ไม่มากก็น้อย ด้วยเหตุนี้เอง เราอยากให้ประเทศไทยเจริญทางด้านจิตใจมากกว่าเทคโนโลยี

แรงบันดาลใจในการทำเพลงเร็กเก้  เพลงเร็กเก้เป็นเพลงที่สนุกเต้นได้แบบไม่เหนื่อยมาก มีความเพราะที่อยู่ในเนื้อหาที่ค่อนข้างชัดเจนในแต่ละด้าน  มีจังหวะที่มีความเป็นเอกลักษณ์และสร้างสรรค์ เป็นเพลงที่มีการเล่นกับพื้นที่ว่างของดนตรี ที่ไม่เน้นทฤษฎี แต่เน้นความรู้สึกจาก รูป รส กลิ่น เสียง มีความน่าค้นหาและน่าทดลอง  เราจึงมีความประทับใจอย่างมากกับเร็กเก้ และcultureต่างๆ จึงเลือกที่จะฟังและเล่นเร็กเก้ แต่เราก็ไม่เคยลืมว่าจริงๆแล้ว  พื้นฐานของเรา  รากของเราคืออะไร   REGGAE ในยุค70-80นั้นมีความคล้ายกับลูกทุ่งไทย ทั้งเสียง สี และเนื้อหาตรงไปตรงมา จริงใจ ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ ชาวบ้าน และความนุ่นนวล ที่บางเพลงและบางศิลปินแฝงด้วยเนื้อหาถึงการต่อสู้ การต่อต้านการแบ่งแยกชนชั้นและสีผิว การเสียดสีต่อสังคม ระบบและคน เอารัดเอาเปรียบ

 

       REGGAE ไม่ใช่เพียงแค่เพลงหรือแฟชั่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิ RASTAFARI ที่มีแนวคิด มุมมอง และการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย ด้วยความรักและสันติภาพ [PEACE & LOVE]

SRIRAJAH ROCKERS
มาจากชื่อของอำเภอศรีราชา rockers ในจาไมก้าเรียกเพลง reggae ว่าเป็นเพลง rock และได้แรงบัลดาลใจมาจากหนัง เรื่อง rockers is dangerous

 

HISTORY
ศรีราชาร๊อคเกอร์เริ่มจาก วิน กอล์ฟ ต๋อง(อตีตมือกีต้าร์) โดยพื้นฐานเป็นคนศรีราชาโดยกำเนิดที่มีชอบในเพลงเร็กเก้ที่เหมือนกัน เริ่มเล่นดนตรีเร็กเก้ และเขียนเพลงมาด้วยกันตั้งแต่มัธยมจนเปลี่ยนได้มีการเพิ่มและเปลี่ยนสมาชิกมาเป็น SRIRAJAH ROCKERS ปัจจุบันและได้นำเพลงที่ทำไว้ให้พี่ GA-PIฟังที่บ้านศรีราชามาเรื่อยๆ โดยได้คำแนะนำจากพี่GA-PI และได้โอกาสได้ทำเพลงร่วมกับพี่GA-PIจนออกมาเป็นอัลบั้ม ศรีราชา ร๊อคเกอร์

 

INSPIRATION
แรงบัลดาลใจในการทำเพลงเร็กเก้ เพลงเร็กเก้เป็นเพลงที่สนุกเต้นได้แบบไม่เหนื่อยมาก มีความเพราะที่อยู่ในเนื้อหาที่ข้อนข้างชัดเจนในแต่ละด้านมีจังหวะที่มีความเป็นเอกลักษณ์และสร้างสรรค์ เป็นเพลงที่มีการเล่นกับพื้นที่ว่างของดนตรี และมีความน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูกเราจึงมีความประทับใจอย่างมากกับเร็กเก้ และcultureต่างๆ จึงเลือกที่จะฟังและเล่นเร็กเก้ แต่เราก็ไม่เคยลืมว่าจริงๆแล้ว พื้นฐานของเราคืออะไร เราคือลูกทุ่งโดยกำเนิด

 

ศิลปินที่ชื่นชอบ ทีโบน,The soul syndicate,The skatalite,Jackie mittoo,Linval Thompson,The Mighty Diamonds,Zimbabwe Dread,K2r riddim,Dry&heavy  ฯลฯ

ศรีราชา ร็อคเกอร์ ได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของนิตยสาร HAMBERGER  และได้เข้ารับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของ SEASON AWARD และ FAT AWARDในปี2007 และล่าสุดได้ร่วมงานกับ BIBIM PRODUCTION / WINDY CITY ศิลปินจากประเทศเกาหลีใต้ อัลบั้ม BIBIM MEETS SRIRAJAH ROCKERS ซึ่งกำลังจะวางแผงในประเทศเกาหลีใต้และไทย เร็วๆนี้